มีเงินคืนทุกปี: รับเงินคืน 1% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทุกสิ้นปีกรมธรรม์ (ตั้งแต่ปีที่ 1-29) รวมรับเงินคืนระหว่างสัญญาทั้งหมด 29%
โอกาสรับเงินปันผล: นอกจากเงินคืนที่การันตีแล้ว ยังมีโอกาสรับ เงินปันผลระหว่างสัญญา และ เงินปันผลเมื่อครบกำหนดสัญญา (ถ้ามี) ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัท
เงินก้อนเมื่อครบสัญญา: เมื่ออยู่ครบ 30 ปี รับเงินก้อนคืน 130% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย (หรือ 1.005 เท่าของเบี้ยประกันภัยที่จ่ายมาทั้งหมด แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า)
ลดหย่อนภาษีได้: เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี ตามเกณฑ์กรมสรรพากร
ระหว่างทาง: รับเงินคืน 1% ของเงินเอาประกัน ทุกปี! (เริ่มตั้งแต่สิ้นปีที่ 1 ถึงปีที่ 29)
ตอนจบ: รับเงินก้อนใหญ่ 130% ของเงินเอาประกัน เมื่ออยู่ครบสัญญาปีที่ 30
ปันผลรายปี: มีโอกาสรับเงินปันผลทุกปี ตั้งแต่สิ้นปีที่ 2 ถึงปีที่ 29
ปันผลตอนจบ: มีโอกาสรับเงินปันผลก้อนสุดท้ายอีกครั้งเมื่อครบสัญญา
หมายเหตุ: เงินปันผลนี้ขึ้นอยู่กับผลกำไรของบริษัทในแต่ละปี
หากเสียชีวิตระหว่างสัญญา บริษัทจะจ่ายเงินให้คนข้างหลัง โดยเลือกจำนวนที่ "มากที่สุด" จาก 3 ยอดนี้:
100% ของเงินเอาประกันภัย
เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ (มูลค่าเงินสดในเล่มประกัน ณ ตอนนั้น)
1.005 เท่าของเบี้ยที่จ่ายมาทั้งหมด (หักเงินคืน 1% ที่เคยรับไปแล้ว)
อายุที่รับประกัน: 1 - 60 ปี
ระยะเวลาชำระเบี้ย: 25 ปี
ระยะเวลาคุ้มครอง: 30 ปี
จำนวนเงินเอาประกันขั้นต่ำ: 100,000 บาท
สิทธิลดหย่อนภาษี: ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท/ปี
วัยทำงานที่เริ่มต้นออมเงิน: เหมาะสำหรับคนที่อยากสร้างวินัยการออมระยะยาว และต้องการเงินคืนเล็กน้อยทุกปีเพื่อเป็นขวัญถุง
คนที่ต้องการสิทธิประโยชน์ทางภาษี: เหมาะมากสำหรับคนที่มีฐานภาษีสูงและต้องการหาตัวช่วยลดหย่อนภาษีที่คุ้มครองยาวๆ
พ่อแม่ที่ออมเงินให้ลูก: ใช้เป็นกองทุนการศึกษาในอนาคตได้ เพราะระยะเวลา 30 ปีจะครอบคลุมช่วงที่ลูกเติบโตพอดี
คนที่ต้องการความคุ้มครองพร้อมผลตอบแทน: หากคุณมองหาความปลอดภัยของเงินต้น (เพราะมีการันตีเงินคืนและเงินครบกำหนด)
#เปรียบเทียบประกัน #ออมเงินให้ลูก #วางแผนการเงิน
#เงินออม #ประกันลดหย่อนภาษี #ทุนการศึกษาลูก