โรคในเด็ก RSV ,มือเท้าปาก,ไข้หวัดใหญ่,ไวรัสโนโรไวรัส,โนโรไวรัส,ไข้เลือดออก ,ปอดอักเสบ และอีกมากมาย ที่เกิดขึ้นในวัยภูมิต้านทานต่ำ
โรคผู้ใหญ่ เบาหวาน,ความดัน,หัวใจ,มะเร็ง,โรคปอด ,ตับ และอีกมายมาย ที่ต้องใช้การรักษาที่ต่อเนื่อง บางโรคไม่สามารถเบิกสวัสดิการได้ หรือเกินวงเงินการรักษาของสวัสดิการ
ถ้าในเด็ก ควรเริ่มตั้งแต่ แรกเกิด..... ในผู้ใหญ่ ควรเริ่มตอนที่ยังแข็งแรงอยู่ อายุไม่เยอะ
เบี้ยประกันถูกกว่า: เบี้ยประกันสุขภาพจะคำนวณตามความเสี่ยง ซึ่งแปรผันตามอายุ ยิ่งอายุน้อย โอกาสเจ็บป่วยน้อย เบี้ยจึงถูกมากและคงที่กว่า
ผ่านอนุมัติง่าย: ตอนอายุน้อย ร่างกายมักจะยังไม่มี "ประวัติสุขภาพ" หรือโรคประจำตัว ทำให้บริษัทประกันรับทำประกันได้ง่ายโดยไม่มีข้อยกเว้น
คุ้มครองได้ยาวกว่า: การทำตั้งแต่วันที่สุขภาพดี คือการ "ล็อก" ความคุ้มครองไว้ หากไปตรวจเจอโรคในภายหลัง ประกันก็ยังคุ้มครองต่อเนื่อง
วางแผนภาษีได้เร็ว: สิทธิลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันสุขภาพ (สูงสุด 25,000 บาท) และประกันชีวิต (สูงสุด 100,000 บาท) ช่วยให้คุณออมเงินได้มีประสิทธิภาพตั้งแต่ออกสตาร์ทวัยทำงาน
นี่คือข้อที่สำคัญที่สุดครับ หากคุณทำประกันตอนสุขภาพดี บริษัทจะรับประกันแบบ "มาตรฐาน" คือคุ้มครองทุกโรคที่เกิดขึ้นหลังจากทำประกัน แต่ถ้าคุณรอจนเริ่มมีอาการ หรือตรวจเจอโรคแล้ว (เช่น ความดัน, เบาหวาน, หรือก้อนเนื้อ) บริษัทอาจจะ:
ยกเว้นไม่คุ้มครองโรคนั้นๆ: เช่น ถ้าเคยเป็นโรคกระเพาะ ประกันอาจจะไม่จ่ายค่ารักษาที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารเลยตลอดชีพ
เพิ่มเบี้ยประกัน: ต้องจ่ายแพงกว่าคนปกติเพราะมีความเสี่ยงสูงกว่า
คนส่วนใหญ่มักรอจนอายุมากหรือเริ่มมีสัญญาณสุขภาพไม่ดีถึงอยากทำประกัน แต่ตอนนั้นบริษัทจะมองว่าคุณมี "ความเสี่ยงสูง" ทำให้ต้องจ่ายเบี้ยแพงกว่าคนในรุ่นเดียวกันที่สุขภาพดี หรืออาจต้องจ่ายเบี้ยเพิ่ม (Extra Premium) อีกหลายเปอร์เซ็นต์
เมื่อสุขภาพแข็งแรง ผลตรวจร่างกายปกติ (หรือไม่ต้องตรวจเลยในบางช่วงอายุ) กระบวนการพิจารณาจะเร็วมาก คุณจะได้รับเล่มกรมธรรม์และความคุ้มครองทันทีโดยไม่ต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจประวัติให้ยุ่งยาก
ประกันสุขภาพมี "ระยะเวลารอคอย" (มักจะ 30-120 วัน แล้วแต่โรค) หากคุณรอจนรู้สึกป่วยแล้วค่อยไปทำ แล้วอาการดันกำเริบในช่วง 30 วันแรก ประกันจะยังไม่คุ้มครองและคุณต้องจ่ายเองทั้งหมด การทำตอนแข็งแรงช่วยให้คุณผ่านช่วงรอคอยนี้ไปได้อย่างสบายใจ
การถือกรมธรรม์ตั้งแต่วันที่สุขภาพดีและไม่มีการเคลมบ่อยเกินจำเป็นในช่วงแรก ช่วยสร้างประวัติที่ดีให้กับคุณ
คุ้มครองครบ จบในแผนเดียว ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
เหมาจ่ายตามจริง: ไม่ต้องมานั่งแยกวงเงินค่าห้อง ค่าหมอ หรือค่าผ่าตัดให้ปวดหัว เจ็บป่วยหนักแค่ไหนก็จ่ายตามวงเงินเหมาจ่ายที่เลือก
ครอบคลุมทุกการรักษา: ทั้งกรณีเป็นผู้ป่วยใน (IPD) และบางแผนยังครอบคลุมถึงการรักษาแบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาล (OPD) รวมถึงการผ่าตัดเล็ก
ค่าห้องสูง: ให้วงเงินค่าห้องที่เพียงพอต่อค่าบริการโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนต่าง
ดูแลโรคร้ายแรง: เพิ่มความอุ่นใจด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมไปถึงโรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
บริการเสริมระดับพรีเมียม: มักมาพร้อมกับบริการความเห็นที่สองทางการแพทย์ (Second Medical Opinion) เพื่อความมั่นใจในการรักษา
#ประกันสุขภาพ #เฮลท์ฟิต #HealthFit #ประกันเหมาจ่าย #ทำประกันตอนไหนดี #วางแผนภาษี #ประกันชีวิต #ลดหย่อนภาษี #ประกันสุขภาพเหมาจ่าย #มือใหม่ทำประกัน #คุ้มครองโรคร้ายแรง #ประกันสุขภาพที่ไหนดี