ปรึกษาเช็คเบี้ยฟรี
ลูกป่วยทีไร หัวใจพ่อแม่แทบสลาย... แถมกระเป๋าตังค์ก็เกือบสลายตามไปด้วย!
ยิ่งเด็กเข้าโรงเรียนหรืออยู่ในวัยกำลังเรียนรู้ อาการไข้หวัด RSV หรือมือเท้าปาก กลายเป็นเรื่องที่เลี่ยงยาก
เด็กเล็กมีภูมิคุ้มกันที่กำลังพัฒนา ทำให้มีโอกาสป่วยได้บ่อยและรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ การมีประกันแบบเหมาจ่ายดียังไง?
เหมาจ่ายตามจริง: ไม่ต้องมานั่งแยกหมวดหมู่ค่าห้อง ค่าหมอ ค่ารักษาให้ยุ่งยาก
รองรับเทคโนโลยีใหม่: ครอบคลุมวิธีการรักษาที่ทันสมัย ซึ่งมักมีราคาสูง
เลือกโรงพยาบาลที่ดีที่สุดได้: ไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนต่าง ช่วยให้ลูกได้รับการดูแลจากหมอเฉพาะทางอย่างเต็มที่
วงเงินเหมาจ่ายสูง: ครอบคลุมทั้งค่าผ่าตัด ค่ายา และค่าเอกซเรย์
สามารถเลือกส่วนแรกรับ (Deductible)ได้เพื่อช่วยให้เบี้ยประกันถูกลงอย่างมาก เหมาะสำหรับพ่อแม่ที่มีสวัสดิการบริษัทอยู่แล้วแต่อยากได้ความคุ้มครองเพิ่ม
สมัครรักษาง่าย: เคลมสะดวก ไม่ยุ่งยากกับโรงพยาบาลในเครือข่ายทั่วประเทศ
ไม่ติดเงื่อนไขโรคที่เป็นมาก่อน: หากตรวจพบโรคแล้ว ประกันอาจไม่คุ้มครองโรคนั้นๆ หรืออาจไม่รับทำประกันเลย
ผ่านระยะเวลารอคอย (Waiting Period): ประกันสุขภาพทุกแห่งมีระยะเวลารอคอย (ปกติ 30-90 วัน) ยิ่งทำเร็ว ลูกยิ่งได้รับความคุ้มครองเร็ว
เบี้ยประกันคงที่ตามช่วงอายุ: เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อความอุ่นใจในระยะยาว
Tip: ช่วงวัยที่แนะนำที่สุดคือ แรกเกิด (หลัง 15-30 วัน) เพราะเป็นช่วงที่น้องเริ่มสัมผัสโลกภายนอกและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายที่สุด
แผน 1 ล้าน
วงเงินเหมาจ่าย (ต่อปี) 1,000,000 บาท
ค่าห้อง/ค่าอาหาร (ต่อวัน) 2,000 บาท
เน้นประหยัด คุ้มครองพื้นฐานครบ
แผน 5 ล้าน
วงเงินเหมาจ่าย (ต่อปี) 5,000,000 บาท
ค่าห้อง/ค่าอาหาร (ต่อวัน) 3,000 บาท
แผนยอดนิยม ครอบคลุมเกือบทุกโรคเด็ก
แผน 15 ล้าน
วงเงินเหมาจ่าย (ต่อปี) 15,000,000 บาท
ค่าห้อง/ค่าอาหาร (ต่อวัน) 6,000 บาท
อุ่นใจระดับพรีเมียม เข้า รพ. เอกชนชั้นนำได้สบาย
แผน 30 ล้าน
วงเงินเหมาจ่าย (ต่อปี) 30,000,000 บาท
ค่าห้อง/ค่าอาหาร (ต่อวัน) 12,000 บาท
จัดเต็มที่สุด เจ็บป่วยหนักแค่ไหนก็ไม่ต้องสำรองจ่าย
#ประกันสุขภาพเด็กเหมาจ่าย, #Health Fit DD, #ประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี, #ลูกป่วยบ่อยทำประกันอะไรดี, #ประกันสุขภาพเด็กแรกเกิด